club history
2505–present

ประวัติสโมสรฟุตบอล ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด
ตั้งแต่ปี 2505 ถึงปัจจุบัน

  • ชื่อเต็ม : ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ฟุตบอล คลับ
    ฉายาทีม : แข้งเทพ / ทีมเทพ / Bangkok Angel
    ก่อตั้ง : พ.ศ. 2531
  • ประธานสโมสร : ขจร เจียรวนนท์
    หัวหน้าผู้ฝึกสอน : มาโน่ โพลกิ้ง
    ระดับ : ไทยลีก 1
    สนามเหย้า : สนามฟุตบอลมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต(ความจุ 20,000 ที่นั่ง)
  • ชุดแข่งเหย้า : - / - / -
    ชุดแข่งเยือน : - / - / -

club
achievement

ผลงานสโมสรปี 2545–2561

  • ฤดูกาล 2561
    อันดับ 2 / ฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก (T1) และ ได้เป็นตัวแทนเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอล AFC Champions League
  • ฤดูกาล 2560
    อันดับ 3 / ฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก (T1) และ รองชนะเลิศฟุตบอลช้าง เอฟเอ
  • ฤดูกาล 2559
    อันดับ 2 / ฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก (T1) และ ได้เป็นตัวแทนเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอล AFC Champions League
  • ฤดูกาล 2558
    อันดับ 5 / ฟุตบอลโตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีก
  • ฤดูกาล 2557
    อันดับ 8 / ฟุตบอลโตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีก
  • ฤดูกาล 2556
    อันดับ 13 / ฟุตบอลโตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีก
  • ฤดูกาล 2555
    อันดับ 3 / ฟุตบอลยามาฮ่าลีก 1 และได้เลื่อนชั้นขึ้นสู่ไทยพรีเมียรลีก 2556
  • ฤดูกาล 2554
    อันดับ 6 / ฟุตบอลดิวิชั่น 1 (ทีมเข้าร่วมแข่งขัน 18 ทีม)
  • ฤดูกาล 2553
    อันดับ 15 / ฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก(ทีมร่วมเข้าแข่งขัน 16 ทีม)
  • ฤดูกาล 2552
    อันดับ 13 / ฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก(ทีมร่วมเข้าแข่งขัน 16 ทีม)
  • ฤดูกาล 2551
    อันดับ 10 / ฟุตบอลไทยแลนด์พรีเมียร์ลีก(ทีมร่วมเข้าแข่งขัน 16 ทีม)
  • ฤดูกาล 2550
    อันดับ 4 / ฟุตบอลไทยแลนด์พรีเมียร์ลีก และคว้าอันดับที่ 3 จากการแข่งขันฟุตบอลสิงคโปร์คัพ
  • ฤดูกาล 2549
    ชนะเลิศฟุตบอลไทยแลนด์พรีเมียร์ลีค(2006) และได้เป็นตัวแทนเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอล AFC Champions League
  • ฤดูกาล 2547–48
    อันดับ 7 / ฟุตบอลไทยลีก ครั้งที่ 9 (ทีมร่วมเข้าแข่งขัน 12 ทีม)
  • ฤดูกาล 2546–47
    อันดับ 4 / ฟุตบอลไทยลีก ครั้งที่ 8 (ทีมร่วมเข้าแข่งขัน 10 ทีม)
  • ฤดูกาล 2545–46
    ชนะเลิศฟุตบอลดิวิชั่น 1 (ได้สิทธิ์เลือนชั้นขึ้นไปเล่นฟุตบอลไทยลีก)

club route
2505–present

เส้นทางของสโมสร แบงค็อก ยูไนเต็ด

2505–2530 ยุคเริ่มต้นสโมสร

สโมสรแบงค็อก ยูไนเต็ด ฟุตบอล คลับ ได้ถือกำเนิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2505 ซึ่งในขณะนั้นใช้ชื่อว่า "สโมสรฟุตบอลมหาวิทยาลัยกรุงเทพ" จากปณิธานตั้งมั่นของผู้บริหารและคณาจารย์ มหาวิทยาลัยที่ต้องการสร้างสรรค์มหาวิทยาลัย ให้เป็นสถาบันอุดมศึกษาที่มีคุณภาพชั้นนำของประเทศ ซึ่งนอกเหนือจากมุ่งส่งเสริม ด้านการเรียน เพื่อผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพออกสู่สังคมแล้ว มหาวิทยาลัยยังให้ความสำคัญ กับการสนับสนุนกิจกรรมการกีฬา โดยจัดให้มีศูนย์กีฬาและสนามกีฬาเพื่อให้บริการ แก่นักศึกษา บุคลากร ตลอดจนบุคคลภายนอก และได้ส่งทีมนักกีฬาเข้าร่วมแข่งขัน ตามคำเชิญของหน่วยงานและองค์กรต่างๆ อย่างต่อเนื่อง และฟุตบอลถือเป็นกีฬาหนึ่ง ที่มหาวิทยาลัยได้ส่งสโมสรฟุตบอลเข้าร่วมการแข่งขันเรื่อยมา

2505–2530 ยุคก้าวสู่สมาชิกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย

เมื่อเข้าสู่ปี 2531 สโมสรฟุตบอลมหาวิทยาลัยกรุงเทพได้ร่วมเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม ฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ จนได้เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วย พระราชทานประเภท ง. ก่อนจะสามารถเลื่อนระดับชั้นสู่ถ้วยพระราชทานประเภท ค. ในปี 2533 ก่อนจะไต่ลำดับขึ้นไปแข่งในถ้วยพระราชทาน ประเภท ข. ในปี 2534 จากการบ่มเพาะฝึกฝนพัฒนาทักษะของทีมเรื่อยมา

ปี 2543 สโมสรฟุตบอลมหาวิทยาลัย กรุงเทพก็ได้รับตำแหน่งรองชนะเลิศถ้วยพระราชทานประเภท ข.

ปี 2543 สโมสรฟุตบอลมหาวิทยาลัย กรุงเทพก็ได้รับตำแหน่งรองชนะเลิศถ้วยพระราชทานประเภท ข.

2545–2551 ยุคท้าทายในไทยพรีเมียร์ลีก

ในฤดูกาลแข่งขัน 2545/2546 สโมสรได้คว้าแชมป์ชนะเลิศฟุตบอลดิวิชั่น 1 ทำให้ ได้รับสิทธิ์เลื่อนชั้นขึ้นไปเล่นฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก ครั้งที่ 8 ซึ่งถือเป็นผลงานในระดับ ที่ดีที่สุดครั้งแรกของการก่อตั้งสโมสร และถือเป็นทีมสโมสรเดียวจากสถาบันการศึกษา ที่สามารถเลื่อนชั้นขึ้นไปแข่งขันในระดับลีกสูงสุดของประเทศได้โดยที่มีนักกีฬาส่วนใหญ่ มาจากนักศึกษาและศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัย

จนมาถึงการเข้าร่วมแข่งขันในไทยลีก ครั้งที่ 3 ในฤดูกาล 2549 สโมสรฟุตบอล มหาวิทยาลัยกรุงเทพก็สามารถ คว้าชัยชนะในระดับสูงสุดของระบบลีกฟุตบอลไทยได้สำเร็จ จากการร่วมแข่งขัน ทั้งหมด 16 ทีมทำให้ได้สิทธิ์เป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลเอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก และได้รับเชิญจากสมาคมฟุตบอลประเทศสิงคโปร์ให้เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลสิงคโปร์คัพ 2007 ซึ่งทีมได้ผลงานกลับมาในอันดับ 3 และจบฤดูกาลด้วย อันดับที่ 4 ใน ไทยพรีเมียร์ลีก

2552–2555 ยุคก้าวใหม่กับจุดหมายสู่ทีมชั้นนำ

ปี 2552 สโมสรฟุตบอลมหาวิทยาลัยกรุงเทพถูกเปลี่ยนชื่อมาเป็น "แบงค็อก ยูไนเต็ด ฟุตบอล คลับ" จากการร่วมเป็นพันธมิตรกับ กรุงเทพมหานคร ด้วยหลักการและเหตุผลที่ต้องการพัฒนาทีมของมหาวิทยาลัยให้ เป็นทีมของชาวกรุงเทพฯ และเพื่อยกระดับมาตรฐานฟุตบอลอาชีพของไทยสู่ความเป็น มืออาชีพอย่างเต็มตัว ทำให้มีการปรับเปลี่ยนของสโมสรหลายอย่าง เช่น การเปลี่ยน ตัวประธานสโมสรจากเรือโทหญิงสุธี บูรณธนิต เป็นนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน และเปลี่ยน สัญลักษณ์ ตลอดจนสีชุดแข่งขันจากสีประจำมหาวิทยาลัยกรุงเทพเป็นสีประจำของ กรุงเทพมหานคร รวมทั้งย้ายสนามแข่งขันจากสนามมหาวิทยาลัยกรุงเทพ วิทยาเขต รังสิต มาเป็นสนามศูนย์เยาวชนไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง

ในปี 2553 กลุ่มทรู คอร์ปอเรชั่น ได้เข้าร่วมสนับสนุนโดยการถือหุ้นรายใหญ่ของสโมสรแบงค็อก ยูไนเต็ด ฟุตบอล คลับ เพื่อสร้างโอกาสเติบโตให้เกิดแก่วงการฟุตบอลไทย พร้อมกับสร้างปูทางสู่ระดับนานาชาติให้กับทีม ด้วยการดึงนักเตะต่างชาติมาเข้าร่วมทีม ตลอดจนรวมพลนักเตะระดับชาติที่มีชื่อเสียงในประเทศไทย เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับทีม

2556–2560 ยุคยกระดับเป็นทีม Top3 และ เป้าหมายคว้าแชมป์

ปี 2556 หลังจากที่สโมสรแบงค็อก ยูไนเต็ด ได้ก้าวขึ้นมาสู่ลีกสูงสุดของประเทศไทย อย่างโตโยต้า ไทยลีก อีกครั้ง เป้าหมายแรกของ “ทีมแข้งเทพ” คือการอยู่รอดตกชั้นในลีกสูงสุดต่อไปให้ได้ อย่างไรก็ตามแข้งเทพออกสตาร์ทได้ไม่ดีนักเก็บได้เพียง 1 คะแนนจากการแข่งขัน 7 นัดแรก ทำให้ถูกมองว่าเป็นทีมเต็งในปีนี้ที่ต้องตกชั้นไปเล่น ไทยลีก ดิวิชั่น 1 แต่ด้วยกำลังใจจากกองเชียร์ ประกอบกับความมุ่งมั่นของทีมงานและนักเตะ ส่งผลให้สโมสรมีผลงานที่ดีขึ้นตามลำดับในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล จนสามารถจบฤดูกาลด้วยอันดับที่ 13 ได้สำเร็จ

ต่อมาในปี 2557 เป้าหมายของแบงค็อก ยูไนเต็ดสูงกว่าเดิม เนื่องจากต้องการยกระดับทีมให้เป็นทีม Top 10 ของประเทศ จึงได้มีการเปลี่ยนแปลงทีมสตาฟโค้ชจาก “โค้ชเตี้ย” สะสม พบประเสริฐ มาเป็น ลุยซ์ เบนโต้ กุนซือชาวโปรตุกีสที่เคยร่วมงานกับนักเตะระดับโลกอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ มาแล้ว รวมถึงการดึงนักเตะมากประสบการณ์มาประคับประคองทีม เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้

อย่างไรก็ตามการมาของ ลุยซ์ เบนโต้ ยังไม่ตอบโจทย์มากนัก เมื่อไม่สามารถรวมพลังของนักเตะให้ยกระดับทีมขึ้นมาได้ จึงได้มีการเปลี่ยนแปลงทีมสตาฟโค้ชอีกครั้ง โดยดึง “โค้ชวัง” ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล เข้ามาขัดตาทัพ ซึ่งนับว่าผลงานของแบงค็อก ยูไนเต็ด ก็ดีขึ้นมาตามลำดับ แต่ยังไม่มีความคงเส้นคงวา ทำให้แข้งเทพมีการเปลี่ยนแปลงหัวเรือใหญ่อีกครั้ง โดยการดึง มาโน่ โพลกิ้ง เฮ้ดโค้ชวัยหนุ่มที่มีแพชชั่นในการทำทีม และเข้าใจนิสัยของนักฟุตบอลชาวไทยเป็นอย่างดีมาคุมทีม โดยการมาของมาโน่ โพลกิ้ง สามารถพาทีมจบอันดับ 8 ของโตโยต้า ไทยลีกได้สำเร็จ

ในปี 2558 เป้าหมายของแบงค็อก ยูไนเต็ด สูงขึ้นไปอีก เมื่อต้องการเป็นทีม Top 5 ของประเทศ และ มีโอกาสได้ไปเล่นฟุตบอล AFC Champions League ซึ่งการนำทัพของมาโน่ โพลกิ้ง เริ่มทำให้แบงค็อก ยูไนเต็ด มีสไตล์การเล่นของตัวเอง บวกกับการเสริมทัพผู้เล่นสายเลือดใหม่ให้มาผนึกกำลังกับนักเตะมากประสบการณ์ ทำให้ผลงานของแบงค็อก ยูไนเต็ดในปีนี้ เข้าใกล้การเป็นตัวแทนเข้าไปเล่น AFC Champions League มากที่สุด ด้วยการจบอันดับที่ 5 ของตาราง

ในปี 2559 แบงค็อก ยูไนเต็ด ได้ทำการย้ายสนามเหย้าจากไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง ไปเป็น ธรรมศาสตร์ รังสิต เนื่องจากเป้าหมายของแข้งเทพในปีนี้ คือการจบอันดับ Top3 และผ่านเข้าไปเล่น AFC Champions League ให้ได้ ซึ่งสนามธรรมศาสตร์ รังสิต มีความพร้อมทุกด้านและรองรับการแข่งขันฟุตบอลถ้วยระดับเอเชียได้

โดยผลงานในปีนี้จากการคุมทัพของมาโน่ โพลกิ้ง ทำให้แบงค็อก ยูไนเต็ด กลายเป็นทีมชั้นนำระดับประเทศ โดยสามารถทำตามเป้าหมายได้สำเร็จด้วยการจบอันดับที่ 2 ของตาราง และผ่านไปเข้าไปเล่นฟุตบอลระดับเอเชียได้สำเร็จ

ในปี 2560 แข้งเทพเริ่มต้นฤดูกาลได้ไม่ดีนัก เมื่อต้องตกรอบ AFC Champions League ตั้งแต่รอบคัดเลือก ซึ่งทำให้กระทบกับความมั่นใจของนักเตะ และส่งผลไปยังฟอร์มการเล่นในศึกไทยลีก อย่างไรก็ตามทุกคนสามารถรวมใจเป็นหนึ่งและฝ่าฟันอุปสรรคจนสร้างหลายสถิติใหม่ให้กับวงการฟุตบอลไทยหลายๆอย่าง อีกทั้งยังจบอันดับที่ 3 ของตาราง รวมถึงผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศช้าง เอฟเอ คัพ กับ เชียงราย ยูไนเต็ด ได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ก่อตั้งสโมสรอีกด้วย